• Thursday, June 26th, 2008
ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกคนคงจะทราบเป็นอย่างดีแล้วว่าปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ “สร้างความเครียด” ความไม่สบายใจ ให้กับคนไทยทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จุดเด่นของปรากฏการณ์นี้ก็คือ “ความสุดขั้ว” ระหว่าง “รักคุณทักษิณมาก” กับ “เกลียดคุณทักษิณมาก” ช่องว่างระหว่าง “รักมาก” กับ “เกลียดมาก” มีมากเกินไป ตรงนี้ทำให้ “ขาดความหลากหลาย” เพราะกลายเป็นเรื่องการ “แบ่งขั้ว” ระหว่างรักมากกับเกลียดมาก ทำให้ความเป็นไปได้อื่นๆ หายไป กลายเป็นการวิ่งไปสู่ความรักมากหรือไม่ก็วิ่งไปสู่ความเกลียดมาก แม้หลายคนอาจจะปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้รักมากหรือเกลียดมากแบบนั้น แต่คุณก็มักจะต้อง “ถูกจัดถูกแบ่ง” ไปแล้วว่าเป็นฝ่ายไหน เพราะถ้าคุณแค่พูดวิจารณ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงเล็กน้อยคุณก็จะ “ถูกผลักถูกถีบ” ให้ไปอยู่ในฝั่งตรงกันข้ามทันทีเป็นต้น
more…
• Saturday, June 21st, 2008
สองวันที่ผ่านมาผมโชคดีที่มีโอกาสไปทำ workshop ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลด้วยความรัก หรือ Humanized Healthcare เรื่องราวของ workshop มีมากมาย แต่คงจะเล่าให้ฟังกันภายหลัง มีเรื่องที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังกันมากกว่าคือ เรื่องเล่าจากผู้เข้าร่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่เล่าในวงสนทนา world cafe’ ที่เปิดประเด็นการพูดคุยกันไว้ว่า Humanized Healthcare ในมุมมองของผมคือ การที่เราได้สัมผัสกับเรื่องราวของจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ และเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไป เราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เราจะมองโลก มองชีวิต และปฏิบัติต่อผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่คนในวงสนทนาเล็กๆมีความประทับใจจนต้องขอให้เจ้าของเรื่องนำมาเล่าตอนปิดวง ซึ่งเรื่องราวที่พวกเรากว่าสองร้อยคนได้ยินในวันนั้น สั่นสะเทือนอยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนจนผมรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ได้อบอวลอยู่ในห้องประชุมจนไม่มีใครสนใจว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งที่อยู่ภายนอกจะมีผลอะไรกับพวกเรา เรื่องนี้มีชื่อว่า “กระเป๋าของฉัน”
more…
• Thursday, June 19th, 2008
“สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดและเห็นว่าถูกต้องอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป” เดวิด โบห์ม นักควอนตัมฟิสิกส์
ผมเขียนบทความเรื่องนี้ไว้เมื่อประมาณสองสามปีมาแล้วแต่เป็นแบบยาวและตีพิมพ์ในนิตยสารทางเลือกที่ชื่อ “สานแสงอรุณ” วันนี้อยากจะลองตัดแต่งให้เหมาะสมกับหน้าของคอลัมน์นี้ คือตามปกติผมไม่ชอบยุ่งและไม่อยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองเลย เพราะผู้เขียนเรื่องแบบนี้มักจะถูก “ตัดสิน” ว่าเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและผมก็มิได้บังอาจอวดตัวเองว่า “รู้ดี” ในเรื่องราวของการเมือง อย่างไรก็ตามในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ ผมคิดว่าเรื่องราวการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ประชาธิปไตย” มีความสำคัญมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ประชาธิปไตย” นี้เกี่ยวข้องกับ “แนวคิดแบบวิทยาศาสตร์ใหม่” ซึ่งผมได้นำเสนอมาตลอดในคอลัมน์จับจิตด้วยใจนี้
more…
• Wednesday, June 18th, 2008
4-Barriers to Learn; Revisit 4
Blindspot อันสุดท้ายของ 4-barriers to learn and change
Think
|
See
|
not to recognize what we see
ไม่ตระหนักสิ่งที่เราประสบ
|
not to say what we think
ไม่พูดสิ่งที่เราคิด
|
Say
|
not to see what we do
ไม่เห็นสิ่งที่เราได้ทำลงไป
|
not to do what we say
ไม่ทำสิ่งที่เราพูด
|
Do
|
Quadrant 4: not to see what we do
ในกระบวนทัศน์การศึกษาแบบเก่า ที่ใช้ downloading ความคิด ความรู้ การรับรู้เก่าๆ มาใช้แก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ทุกวันๆ เกิดเป็นความซ้ำซาก จำเจ เกิด false illusion ว่าวิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นวิธีที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าจะใช้การได้ดี มีกรอบแห่งความกลัวความไม่แน่นอน (fear of uncertainty) ครอบงำอยู่อย่างแน่นแฟ้น ทำไปนานๆสิ่งที่เกิดขึ้นตำตา ก็ดูเหมือนจะพอยอมรับได้ พอไหว ทนไปได้อีกหน่อยอยู่เสมอ
more…
• Tuesday, June 17th, 2008
4-Barriers to Learn; Revisit 3
Think
|
See
|
not to recognize what we see
ไม่ตระหนักสิ่งที่เราประสบ
|
not to say what we think
ไม่พูดสิ่งที่เราคิด
|
Say
|
not to see what we do
ไม่เห็นสิ่งที่เราได้ทำลงไป
|
not to do what we say
ไม่ทำสิ่งที่เราพูด
|
Do
|
The Third Quadrant: Not to do what we say
ผมอ่านเจอใน Reader’s Digest เดือนไหนจำไม่ได้แล้ว มีคำแนะนำลูกสาวจากคุณแม่คนหนึ่งในการคบหาผู้ชายว่า “จงอย่าฟังสิ่งที่ผู้ชายพูด แต่ให้พิจารณาจากสิ่งที่ผู้ชายทำ” ซึ่งก็ค่อนข้าง make sense ดี เอามานำบทความนี้เล่นๆครับ
more…
• Tuesday, June 17th, 2008
4-Barrier to Learn; Revisit 2
เรามาถึง quadrant ที่สองของการเกิด blind-spot ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ต่อการเปลี่ยนแปลงนะครับ นั่นคือ “Not to say what we think” หรือ “การไม่พูดในสิ่งที่ตนเองคิด” คำว่า “พูด” ในที่นี้หมายถึงการแสดงความเห็นออกมา อาจจะในรูปแบบใดๆก็ได้
Think
|
See
|
not to recognize what we see
ไม่ตระหนักสิ่งที่เราประสบ
|
not to say what we think
ไม่พูดสิ่งที่เราคิด
|
Say
|
not to see what we do
ไม่เห็นสิ่งที่เราได้ทำลงไป
|
not to do what we say
ไม่ทำสิ่งที่เราพูด
|
Do
|
The Second Quadrant: Not to say what we think
ในปัจจุบันนิเวศต่างๆเสมือนอยู่ใกล้ชิดกันกว่าแต่ก่อน เป็นเพราะระบบการสื่อสารขนส่งที่พัฒนาขึ้นมาอย่างมากมาย เราสามารถพูดสนทนามองเห็นกันและกันทั้งๆที่เราอยู่ห่างไกลกันหลายร้อยพันกิโลเมตร ไปมาหาสู่กันอย่างสะดวก เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ กันง่ายขึ้น ในความสะดวก ความดี และประสิทธืภาพมิติต่างๆที่ดีขึ้นนี้เอง ที่ความต้องการในการนำเอา Collective Values มาตีแผ่ มาขยาย มาทำความเข้าใจกัน เพ่ิมความจำเป็นมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
more…
• Monday, June 16th, 2008
4 Barriers to Learn, Revisit 1
ขอ reference ถึงบทความที่เนื้อหาค่อนข้างจะสำคัญมาก (ในความเห็นส่วนตัวของผม) คือเรื่องของ 4-Barriers to Learn and Change ที่เขียนไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว นำมาขยายแต่ละช่อง (quadrant) ช่องละบทความ
Think
|
See
|
not to recognize what we see
ไม่ตระหนักสิ่งที่เราประสบ
|
not to say what we think
ไม่พูดสิ่งที่เราคิด
|
Say
|
not to see what we do
ไม่เห็นสิ่งที่เราได้ทำลงไป
|
not to do what we say
ไม่ทำสิ่งที่เราพูด
|
Do
|
The First Quadrant: Not to recognize what we see
ไม่ตระหนักหรือไม่รับรู้สิ่งที่ตนเห็น การ “เห็น” ในที่นี่ก็คือการ “ให้ความหมาย” Barrier ในช่องนี้ก็คือการให้ความหมายของสิ่งต่างๆที่เรามีประสบการณ์นั่นเอง
more…
• Monday, June 16th, 2008
จะเรียนเป็นหมอ หรือจะเรียนเป็นคน?
ผลกระทบจากกระบวนคิดของเรานั้น ช่างมีความสำคัญต่อความประพฤติ พฤติกรรมของเราอย่างแยกไม่ออกเลยทีเดียว ในด้านการเรียนการสอนนั้นก็เช่นกัน เราอาจจะใช้ระบบ OLE system (objectives of learning, Learning experience and Evaluation) ซึ่งพูดถึง scheme โครงสร้างของหลักสูตร ของการศึกษา นั่นคือ เราอยากจะให้เกิดอะไร นักเรียนเรียนอะไร (learning objectives) และจากตรงนี้เราก็ออกแบบวิธีการเรียน หรือพูดภาษาศึกษาศาสตร์ก็คือจัด “ประสบการณ์การเรียน (learning experience)” เช่น การเป็นการบรรยาย การทำ lab การอภิปราย การชมภาพยนต์ หรือการลงมือทำกับหุ่น การทำ role-play เป็นต้น แล้วเราก็หาวิธีประเมินผล ว่าสิ่งที่เราตั้งใจไว้นั้น เกิดสัมฤทธิผลขึ้นมาหรือไม่
ซึ่งก็เป็นหลักการที่ดี ยกเว้นแต่ว่าพอลงมือทำ เริ่มมีปััญหาภาคปฏิบัติเกิดขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีเราอาจจะมองไม่เห็นมาก่อน
more…
• Saturday, June 14th, 2008
ศาสตราวุธกายสิทธิ์ ต้องตี ต้องเคี่ยวกรำ ต้องตรากตรำ
บทหนึ่งของพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปรียบเทียบว่าดาบเหล็กเนื้อดีนั้น เป็นเพราะผ่านการตีเนื้อเหล็ก ซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นพันๆหมื่นๆครั้ง จึงจะได้เนื้อเหล็กที่ทั้งหยุ่นเหนียว ทั้งแข็งแกร่งฉันใด ปัญญาวุธก็เฉกเช่นเดียวกัน จะต้องนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ผ่านการภาวนา ผ่านอุปสรรคนานาประการ ผ่านประสบการณ์ที่จะเสริมความคงทน พิสูจน์ธาตุอันแท้จริงของตัวบทสมมติฐาน ทฤษฎี ว่าจริงแท้เพียงไร จึงกลายเป็นปัญญาวุธที่ถูกต้องแล้ว เป็นมงคลแล้วฉันนั้น ดังนั้นงานที่หนักนั้น ให้พิจารณาว่าเป็นเนื้อแท้ของศาสตร์ ของปัญญา ที่จะเกิดขึ้นมาได้จากประสบการณ์นั้นๆ
more…
• Monday, June 09th, 2008
Expanding the NOW
Expanding the NOW ขยายปรัตยุบันขณะให้กว้างออกคืออะไร? อะไรเป็น now และขยายไปทำไม ขยายได้อย่างไร?
Harrison Owen ผู้ประพันธ์และคิดค้น Open Space Technology เคยตั้งข้อสังเกตว่า บางครั้งเรามักจะมีชีวิตอยู่กับอดีตอันน่าเศร้า หรือกังวลพะวงกับอนาคตอันน่ากังวล (regrettable past and anxious future) จนกระทั่งไม่เคยใส่ใจ ใส่อารมณ์ ใส่ความหมายกับอะไรบางอย่างที่เราทุกคนมี คือ “ปัจจุบันกาล” สักเท่าไรเลย ที่จริงสิ่งที่เรารู้สึกนั้นเป็นปัจจุบัน แต่มนุษย์ ด้วยความทรงจำและจินตนาการมหัศจรรย์ เรากลับสามารถนำตัวเราย้อนอดีต หรือเดินทางไปในอนาคตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ตรงนี้เองที่เป็น the source ที่มาของความสามารถในการหลีกเลี่ยงซ้ำรอยผิดรอยเดิม และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมาตลอดเวลา เราจะได้มี “ปัจจุบัน” ที่ดีที่สุด เท่าที่เรามีศักยภาพจะมี
more…
ความคิดเห็นล่าสุด