<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.3.3" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: พิธีกรรม</title>
	<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=437</link>
	<description>To save people in the turbulent time</description>
	<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 19:34:08 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3.3</generator>
		<item>
		<title>By: phoenix</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=437#comment-1991</link>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 01:32:03 +0000</pubDate>
		<guid>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=437#comment-1991</guid>
		<description>พิธีกรรม

น่าสนใจมากครับ ผมคิดว่ากลไกส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในพิธีกรรมก็คือ ขั้นตอนการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ที่ชะลอการให้ความหมายอันตื้นเขิน ลงไปเชื่อมโยงกับมิติทางอารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์เก่า ประสบการณ์ปัจจุบัน อาจจะไปถึงมิติทางจิตวิญญาณ จมเสร็จแล้ววนย้อนขึ้นแบบตัว U ออกมาเป็นความสะทกสะท้อน และได้ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

กระบวนการต่างๆที่ว่า ก็มีอุปสรรคที่จะขวางไม่ให้เกิดครบวงจรได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น voice of judgment, cynicism หรือ fear กลายเป็น protocol ไป ไม่ได้เป็น ritual (ผมว่าสองคำนี้ต่างกันตรงการจะมี หรือไม่มี contemplation) เพราะ ritual หรือพิธีกรรม ต้องมีมิติของการภาวนาร่วมด้วย มิฉะนั้น จะ downgrade ลงไปเหลือแค่ protocol 

อย่างเช่นการกราบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง เราอาจจะเคยเห็นการกราบแบบลวกๆ เน้นท่า เข่า ศอก ฝ่ามือ อุณาโลม จรดพื้น เอ้าท่าสวย ใช้ได้ (พูดอย่างไม่อาย เพราะผมเคยประกวดมารยาทตอนอยู่ชั้น ม.ศ. 2 ก็เน้นแต่ protocol ไม่ได้คิดอะไรเช่นกัน) แต่พอมาคิดอีกที มันคงจะไม่ได้เป็นแค่นั้น ถ้าเราจะคิดว่าเป็น "พิธีกรรม" เพราะ เราไม่ได้มี contemplation เลย

แม้กระทั่งการใส่บาตร เราอาจจะมี contemplate ว่าขอให้ถูกลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง (จากการใส่บาตรมูลค่า 20 บาท) การ contemplate แบบนี้ก็เป็นพิธีกรรม เพราะมีการ contemplate แต่เป็นพิธีกรรมของจิตมาร ไม่ใช่พิธีกรรมของจิตใหญ่ ทั้งสอง ritual มีผลต่อจิตวิญญาณคนทำเหมือนๆกัน คือ ได้เป็นมาร หรือเกิดจิตใหญ่

น่าสนใจจริงๆครับ ขอบพระคุณที่จุดประกาย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>พิธีกรรม</p>
<p>น่าสนใจมากครับ ผมคิดว่ากลไกส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในพิธีกรรมก็คือ ขั้นตอนการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ที่ชะลอการให้ความหมายอันตื้นเขิน ลงไปเชื่อมโยงกับมิติทางอารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์เก่า ประสบการณ์ปัจจุบัน อาจจะไปถึงมิติทางจิตวิญญาณ จมเสร็จแล้ววนย้อนขึ้นแบบตัว U ออกมาเป็นความสะทกสะท้อน และได้ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง</p>
<p>กระบวนการต่างๆที่ว่า ก็มีอุปสรรคที่จะขวางไม่ให้เกิดครบวงจรได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น voice of judgment, cynicism หรือ fear กลายเป็น protocol ไป ไม่ได้เป็น ritual (ผมว่าสองคำนี้ต่างกันตรงการจะมี หรือไม่มี contemplation) เพราะ ritual หรือพิธีกรรม ต้องมีมิติของการภาวนาร่วมด้วย มิฉะนั้น จะ downgrade ลงไปเหลือแค่ protocol </p>
<p>อย่างเช่นการกราบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง เราอาจจะเคยเห็นการกราบแบบลวกๆ เน้นท่า เข่า ศอก ฝ่ามือ อุณาโลม จรดพื้น เอ้าท่าสวย ใช้ได้ (พูดอย่างไม่อาย เพราะผมเคยประกวดมารยาทตอนอยู่ชั้น ม.ศ. 2 ก็เน้นแต่ protocol ไม่ได้คิดอะไรเช่นกัน) แต่พอมาคิดอีกที มันคงจะไม่ได้เป็นแค่นั้น ถ้าเราจะคิดว่าเป็น &#8220;พิธีกรรม&#8221; เพราะ เราไม่ได้มี contemplation เลย</p>
<p>แม้กระทั่งการใส่บาตร เราอาจจะมี contemplate ว่าขอให้ถูกลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง (จากการใส่บาตรมูลค่า 20 บาท) การ contemplate แบบนี้ก็เป็นพิธีกรรม เพราะมีการ contemplate แต่เป็นพิธีกรรมของจิตมาร ไม่ใช่พิธีกรรมของจิตใหญ่ ทั้งสอง ritual มีผลต่อจิตวิญญาณคนทำเหมือนๆกัน คือ ได้เป็นมาร หรือเกิดจิตใหญ่</p>
<p>น่าสนใจจริงๆครับ ขอบพระคุณที่จุดประกาย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
