<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.3.3" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>New Heart New Life หัวใจใหม่ ชีวิตใหม่</title>
	<link>http://newheartnewlife.net/wordpress</link>
	<description>To save people in the turbulent time</description>
	<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 06:23:02 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3.3</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>จิตตปัญญาเวชศึกษา 144: เราไม่สามารถจะให้ในสิ่งที่เราไม่มี</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=529</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=529#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 06:23:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<category><![CDATA[จิตตปัญญาเวชศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=529</guid>
		<description><![CDATA[
เราไม่สามารถจะให้ในสิ่งที่เราไม่มี
คนทำงานสาธารณสุขจะต้องดูแลตนเองให้ดี เป็นต้นทุนที่สำคัญ
ทั้งการดูแลตนเอง และ &#8220;ถูกดูแล&#8221; จากผู้ที่มีหน้าที่ดูแล  เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีเป็น asset เป็นต้นทุนที่ต้องถูกนำไปใช้ต่อ  ต้นทุนนี้อาจจะเกิดได้ทั้งดอกเบี้ยงอกเงย หรืออาจจะติดหนี้ทบต้น  ขึ้นอยู่กับ &#8220;รายรับและรายจ่าย&#8221; และเหนืออื่นๆใด  ต้นทุนที่ว่านี้เป็นสุขภาวะองค์รวมเหมือนๆกับสุขภาพของประชาชนทั่วๆไป
สิ่งหนึ่งที่อาจจะเป็นความเข้าใจผิด หรือคิดไม่ถึง  หรือคิดอีกแบบว่าต้นทุนทางสุขภาพเป็นเรื่องราวทางชีวภาพอย่างเดียว  ทำให้เรามองเห็นเป็นการลงทุนทางวัตถุ อาทิ อัดฉีดเงินเข้าไป อัดฉีดห้อง  โต๊ะ เก้าอี้เข้าไป ตบรางวัลเข้าไป (ไม่นับในบางกรณีที่มีการ &#8220;ถอนต้นทุน&#8221;  เป็นมาตรการการลงโทษอีกต่างหาก)  สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมีผลกระทบต่อมิติอื่นๆทางสุขภาวะได้โดยง่าย
เมื่อ วันก่อน ผมมีกิจกรรม health promotion กับนักศึกษาแพทย์ปีสี่  นำเสนอคนไข้รายหนึ่ง เป็นเด็กหนุ่มอายุเพียง 19 ปี  ทำหน้าที่เป็นเด็กเสริฟอยู่ใน pub ในหาดใหญ่นี่เอง  รายได้ของงานประเภทนี้นอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว  ส่วนสำคัญจะเป็นเงินทิปที่ได้จากลูกค้า ซึ่งเด็กเสริฟก็จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=529</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตปัญญาเวชศึกษา 143: จิตสงบดั่งน้ำนิ่งในบ่อโบราณ แม้นอยู่ท่ามกลางตลาดนัดในเมืองใหญ่</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=528</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=528#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 09:07:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<category><![CDATA[Transformative Coaching]]></category>

		<category><![CDATA[จิตตปัญญาเวชศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=528</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
จิตสงบดั่งน้ำนิ่งในบ่อโบราณ
แม้นอยู่ท่ามกลางตลาดนัดในเมืองใหญ่
ช่วงนี้ได้เดินทางเป็นระยะๆ  เจอะเจอกัลยาณมิตรนอกที่ทำงานบ้างนอกเหนือจากในที่ทำงาน  อาทิตย์ที่แล้ววันจันทร์เราก็ได้ร่วมสนทนากับคนทำงานในหอผู้ป่วยกุมารเรื่อง การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์  เสร็จสรรพก็เดินทางขึ้นแอ่วล้านนาอีกแล้วในการประชุมเชิงปฏิบัติการการเสริม สร้างมิติทางจิตวิญญาณให้กับโรงพยาบาล 30 แห่งที่ร่วมโครงการ SHA กับ  สรพ.ปีนี้ เป็น SHA รุ่นสอง (ที่ได้ข่าวว่าปีนี้มีกิจกรรมเยอะมาก  เพียบเลยทีเดียว ทั้ง OM ทั้ง narrative medicine ทั้ง ฯลฯ)  เป็นงานสัมมนารุ่นแรกในสามรุ่น (สองรุ่นสำหรับโรงพยาบาล  และอีกรุ่นสำหรับผู้เยี่ยมเยือน)

ตั้งชื่อไว้ก่อนเป็นภาษาอังกฤษว่า Salutogenesis &#38; Self-trancendence  จะได้ล้อเลียนกับ Ss series ของ SHA (safety, standard, sufficient  economy, spirituality และ sustainablity)  บรรยากาศเชียงใหม่ตอนนี้ก็กำลังร้อนและฝนตกชุก  รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าฝนตกหนักไม่แพ้ภาคใต้  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=528</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตปัญญาเวชศึกษา 142: เรื่องเล่า&#8230; ทำไมต้องเล่า?</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=527</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=527#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 03:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<category><![CDATA[Palliative Care]]></category>

		<category><![CDATA[จิตตปัญญาเวชศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่า..เร้าพลัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=527</guid>
		<description><![CDATA[
เรื่องเล่า&#8230;  ทำไมต้องเล่า?
ตอนนี้ไปไหนมาไหน ที่ได้ยินกันเพิ่มขึ้นคือการใช้ &#8220;เรื่องเล่า&#8221;  ในการทำงานเกี่ยวกับการสื่อสารมากขึ้น มีการพูดถึง &#8220;Narrative Medicine&#8221;  ซึ่งเป็นการเข้าหา ศึกษา การแพทย์ การดูแลผู้คน โดยอาศัยคุณลักษณะสำคัญของ  &#8220;การเล่าเรื่อง&#8221; หรือ &#8220;เรื่องเล่า&#8221;​ เป็นเครื่องมือสำคัญหลัก
ผมคิดว่าถ้าเราลองมาพิจารณาลักษณะของ​ &#8220;ภาษา&#8221; เราอาจจะเพิ่มความเข้าใจ  หรือมีสมมติฐานเพิ่มเติมว่า &#8220;ทำไมเรื่องเล่าจึงทำงานได้ดี จึงสำคัญ&#8221;
Anthony  Gregorc  แยกแยะกลุ่มของข้อมูลที่เข้าและออกระบบสัมผัสของเราออกเป็นสองกลุ่มคือเป็น  concrete (จับต้องได้ รูปธรรม) และ abstract (จับต้องไม่ได้ เป็นนามธรรม)  กับแยกด้วย &#8220;วิธีการส่งข้อมูล&#8221; ออกเป็นแบบ sequential (ตามลำดับ) และแบบ  random (แบบสุ่ม)  ทำให้เราสามารถจัดกลุ่มความชอบ/ความถนัดในการรับรู้และแสดงผลความคิดออก เป็นกลุ่มต่างๆกัน ถ้าหากเราพูดถึงเรื่องพฤติกรรมมนุษย์  เราจะพบว่าพฤติกรรมจะคล้อยตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=527</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิญญูชน คน ครู แพทย์</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=526</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=526#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2010 18:52:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=526</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
วิญญูชน คน ครู แพทย์
วันนี้ขอพูดเรื่องนามธรรมสักหน่อยนึง  วาระนี้มีบริบทแวดล้อมที่ทำให้อยากหวนกลับมาคำนึงถึงอะไรที่เป็นที่ยึด เหนี่ยวสักนิด เพราะมันดูเลือนๆ สั่นๆ หวั่นๆ กลัวๆ  เป็นความรู้สึกที่แพร่กระจาย ยิ่งด้วย mode ของสื่อที่ไปได้ง่าย ไกล  และข้อสำคัญ เร็ว ด้วยแล้ว


หนังสือดี น่าสนใจครับ



Kotler พูดถึงเรื่อง Marketing 3.0  โดยเริ่มที่ Rational Marketing เป็นยุคหนึ่ง  คนขายสินค้าโดยใช้เหตุใช้ผลนำ เป็นยุค focus group ยุคแห่งการศึกษาว่าด้วย  demand และ supply (อุปสงค์และอุปาทาน)  แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นยุคปัจจุบันเป็นยุคสอง คือ Emotional Marketing  คนขายสินค้าโดยสร้างความต้องการเทียม ผ่านทางอารมณ์  คนซื้อไม่จำเป็นต้องมีความต้องการเริ่มแรก หรือมีเพียงเล็กน้อย  และถูกกระตุ้น ยั่วเย้า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=526</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตและข้อคิดจากภาพยนต์: Go Toward The Light</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=525</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=525#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 17:28:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<category><![CDATA[Movies]]></category>

		<category><![CDATA[Palliative Care]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=525</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
Go Toward The Light
Go toward the light เป็นอุปมาอุปมัยหรือ figurative speaking  ของฝรั่งเวลาพรรณนาการเดินทางไปสู่วาระสุดท้าย  เหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์ที่สุดปลายมีแสงสว่างเจิดจ้า ด้วยสัณชาติญาณ  เราก็จะเดินไปหาแสงสว่างโดยไม่รู้ตัว แล้วก็&#8230;ตาย  อาจจะโดยคนที่มีประสบการณ์เฉียดตาย (near-dead experience)  ที่เกือบๆจะตายแต่แล้วไม่ตาย ตื่นมาเล่าให้ฟังว่า &#8220;ตอนนั้น&#8221; เจออะไรบ้าง  และ theme นี้ดูจะเป็นอะไรที่ได้ยิน ได้ฟังบ่อยที่สุด
ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2005 จากหนังสือที่เขียนปี 1988  เป็นยุคที่ AIDS กำลังพุ่งเข้าปะทะการรับรู้ของประชาชนจังๆ (Philadelphia  ที่ทอม แฮงค์เล่นนั่นปี 1997) บางอย่างที่แสดงในภาพยนต์จึงอาจจะดูแปลกๆ  เพราะหนังสือเขียนมาก่อนหน้านั้นนับ 10+ ปี เช่น  ทำไมการให้เลือดไม่ได้ตรวจอะไรก่อนหรอกหรือ  ที่สงขลานครินทร์ต้องนับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆ ที่เรานำมาใช้สอน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=525</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตและข้อคิดจากภาพยนต์: My Sister&#8217;s Keeper</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=524</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=524#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Aug 2010 15:00:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Human Center Health Care]]></category>

		<category><![CDATA[Movies]]></category>

		<category><![CDATA[Palliative Care]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=524</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
My Sister&#8217;s Keeper
เมื่อมีเวลา และรู้สึกว่ามีพื้นที่อารมณ์เกิดขึ้น ผมชอบไปค้นภาพยนต์ DVD  ที่สะสมไว้มาดู มีหลายเรื่องที่ซื้อมาแต่ยังไม่ได้ดู (แค่ตั้งใจว่าจะ&#8230;)  เรื่องนี้คือ My Sister&#8217;s Keeper  ซื้อมาเพราะได้รับทราบว่าสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน palliative care  ได้ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้น ยิ่งต้องหาเวลาที่ &#8220;เหมาะสม&#8221; ในการชม  เพราะจะต้องถอดอะไรๆ (หมายถึงเนื้อหาครับ) ออกมาพร้อมๆกันไปกับการชมด้วย  ใครๆก็คงจะทราบว่าการชมภาพยนต์ครั้งแรกนั้นสำคัญที่สุด  เราทำได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง และ  first impression นี้ที่เราอาจจะคาดว่าส่งผลกับคนอื่นๆได้เหมือนกัน  แม้ว่าจะไม่การันตี แต่การชมครั้งแรกถ้าเราเตรียมตัว เตรียมใจให้ดี  ก็มักจะดี








Synopsis
ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกัน ประพันธ์โดย โจดี พิคูลท์ (Jodi Picoult)  ซึ่งผมยังไม่ได้อ่าน แต่จาก review โดยหลายๆคน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=524</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สังคมปรนัย กับ ULTIMATUM (คำขาด)</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=523</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=523#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2010 04:51:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Theory U]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=523</guid>
		<description><![CDATA[
สังคมปรนัย กับ ULTIMATUM
คำ &#34;สังคม ปรนัย&#34; นี้ อาจารย์หมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส) เป็นผู้ให้กำเนิด รวมทั้งคลอด หนังสือที่รวบรวม &#34;ตัวอย่าง&#34; แสดงมุมมองความหมายและการแสดงออกของสังคมปรนัยนี้ออกมาแล้วหนึ่งเล่ม เป็นหนึ่งในบทความและการนำเสนอที่ผมประทับใจมากที่สุดจากพี่โกมาตร ในจาก HA forum ปีไหนแล้วไม่รู้
ชีวิตนักเรียนในปัจจุบันเรียนอะไรๆก็เป็นตัวเลือก ก ข ค ง หรือ A B C D ไปหมด การสอบแบบเขียนบทความน้อยลงๆจนแทบจะไม่เหลือ ศึกษาศาสตร์เองให้ความหมายค่อนข้าง &#34;บวก&#34; กับ &#34;ปรนัย&#34; เพราะมันเป็นอะไรที่เป็น &#34;ภววิสัย (objective)&#34; ไม่เหมือนอัตนัยที่เขียนออกมาแล้ว คนให้คะแนนต้องตีความอีกชั้น อาจจะมีอคติ แต่การกา choice เนี่ย ยังไงๆ กาเสร็จแล้วก็ออกมาตามที่ให้ key คะแนนอย่างแน่นอน มีความนัยอื่นๆอีกได้แก่คนออกข้อสอบนั้นรู้ the one best choice เรียบร้อยแล้ว และผู้สอบไม่มีทางเลือกอื่นๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=523</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตปัญญาเวชศึกษา 141: เมื่อหมอทุกข์ จะเยียวยาอย่างไร?</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=522</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=522#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2010 03:10:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Theory U]]></category>

		<category><![CDATA[จิตตปัญญาเวชศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=522</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
เมื่อหมอทุกข์ จะเยียวยาอย่างไร?
ผมเคยพูดทีเล่นทีจริงกับน้องๆนักเรียนแพทย์ว่าพวกเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องความทุกข์ เพราะไปซักประวัติ (ผมชอบคำ &#34;สัมภาษณ์&#34; มากกว่า เพราะคำว่า &#34;ซัก&#34; มันเกิดความรู้สึกเหมือนไป &#34;ซักฟอก&#34; ยังไงไม่รู้) ไปตรวจร่างกาย ก็เพื่อวินิจฉัยหาสมุหฐานว่าเป็นโรคอะไร ปวดจากอะไร เจ็บจากอะไร ผลกระทบต่อกาย ต่อใจ ต่อสังคม ต่อจิตวิญญาณมีอะไรบ้าง ฉะนั้นสักพักเดียวที่เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนไข้ เราก็จะเกิดมีข้อมูลมากมายว่าคนที่นั่งข้างหน้าเราตอนนี้ทุกข์ยังไงอยู่ เราเคยให้น้องรายงานคนไข้ใน (คนไข้ที่นอน รพ.) น้องๆก็จะเริ่มว่า &#34;เอ่อ&#8230; case ไส้เลื่อนกำลังไปเข้าห้องน้ำค่ะ ส่วน case ถุงน้ำดีอักเสบตอนนี้ดีขึ้นแล้ว case ก้อนที่ต่อมธัยรอยด์กำลังรอผ่าตัด จะทำอาทิตย์หน้าค่ะ &#8230; ฯลฯ&#34; คือมองไปไม่เห็นมนุษย์ แต่มีอวัยวะต่างๆล่องลอยไปมาเต็มหอผู้ป่วยไปหมด
ด้วยความคุ้นชินที่จะต้องหาทาง &#34;วินิจฉัยโรค&#34; นี้เอง ที่ทำให้หมอๆบางทีก็มองคนเป็น sick bag (ถุงโรค) ไปโดยไม่รู้ตัว แหมแต่หมอด้วยกันเองก็เถอะ พออีกคนแนะนำตัวว่าเป็นจิตแพทย์ เพื่อนที่คุยด้วยกันเริ่มตะขิดตะขวง หวาดระแวงว่า เอ&#8230; ตูพูดออกไปจะโดนวิเคราะห์อะไรจากเจ้านี่ไหมเนี่ย?&#8230; ตอนเรียนแพทย์อยู่ ยังเป็นแค่นักเรียนอยู่เลย พอกลับบ้านไปก็จะเจอญาติๆมาปรึกษาสุขภาพทันที [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=522</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตปัญญาเวชศึกษา 140: อะไรที่ห้ามพลาดในการสนทนา</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=521</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=521#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Aug 2010 03:18:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[จิตตปัญญาเวชศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=521</guid>
		<description><![CDATA[
อะไรที่ห้ามพลาดในการสนทนา
คนบางคนเป็นคน &#34;ไวกระแส&#34; เราหันหางเสือตามลมได้รวดเร็ว รับของใหม่ๆได้ฉับพลันทันที (ทิ้งของเก่าๆในพริบตา) ถ้าอยู่ห่างกระแสหน่อยก็จะขวนขวายหาช่องทางตามกระแสอย่างขมีขมัน อะไรจะบาดเจ็บเสีย self เท่ากับถูกหาว่าล้าสมัยเป็นไม่มี
social network จึงกลายเป็นคำตอบที่ &#34;โดนใจ&#34; เอามากๆ กระแสข่าวใน social network tool เดี๋ยวนี้เร็วสุดๆ ข่าว (ลือ) ล่าสุดเป็นยังไง ใครๆเขาพูดกันเรื่องอะไร ไปถึงไหนแล้ว มีให้ติดตามกันบานตะเกียง อ่านไม่หวาดไม่ไหว (ข้อดีคืออาจจะแก้ปัญหาที่ว่าเด็กไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 6 บรรทัดได้) แม้ว่าอาจจะเกิดช่องว่างมหาศาลระหว่างผู้ใช้และผู้ไม่ใช้ internet แต่ใครจะสนใจ เพราะเราสนแต่ว่า &#34;เรารู้อะไร&#34; มากกว่าคนอื่นรู้อะไร และสนน้อยที่สุดอาจจะเป็น &#34;คนอื่นรู้สึกอย่างไร&#34;
สองสามปีที่แล้ว อีกคำที่ยอดฮิตติดนิยมก็คือ KM มาจาก knowledge management ที่มาฮิตมาก (ที่จริงคงจะก่อนนี้นานแล้ว แต่เอาว่าผมได้ยินหนาหูก็แล้วกัน) ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณยุค IT ที่ความรู้จากทุกๆมุมโลกไม่ได้อยู่่ตามมุมอีกต่อไป สามารถเข้าสู่กระแสหลัก หรือกระแสการรับรู้ชีพจรโลกได้ในพริบตาเดียว แต่พอปริมาณมันเยอะๆ นั่นก็อยากรู้ นี่ก็อยากฟัง แถมมันเยอะขนาดนี้จะเชื่ออันไหนดี การจัดการความรู้จึงไม่ได้เป็นเพียงของสูง ของหรูเท่านั้นอีกต่อไป [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=521</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตก อยู่เพื่อจะอยู่รอด</title>
		<link>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=520</link>
		<comments>http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=520#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2010 13:27:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phoenix</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Theory U]]></category>

		<category><![CDATA[จับจิตด้วยใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=520</guid>
		<description><![CDATA[จิตตก อยู่เพื่อจะอยู่รอด

เดี๋ยวนี้เวลาได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไหน คำที่ดูเหมือนจะ &#34;โดนใจ&#34; ผู้ฟัง ผู้แลกเปลี่ยนมากที่สุดคือคำว่า &#34;จิตตก&#34; มันฟังดูสะใจยังไงก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มันคงจะต้องใกล้ตัวมากๆ (อาจจะมากขนาด &#34;อยู่ในตัว&#34; ไม่ใช่แค่ใกล้ตัวแล้ว) เรียกว่าหันไปทางไหนก็เห็นสินค้าตัวอย่างมาเกลื่อนกล่นไปหมด
วลี &#34;อยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความหมาย&#34; มีเขียนไว้หลายที่ โดยหลายๆท่าน ผมเองก็เคยเขียนไว้ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ก็ทำให้เกิดความเข้าใจ ความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่พอเราได้นำมาศึกษาเปรียบเทียบกับสถานการณ์รอบตัว ทั้งแบบวงในใกล้ๆ วงห่างออกไปใกล้ไกล วงใหญ่ๆแบบของชาติของบ้านเมือง ก็อดรู้สึกตะครั่นตะครอในความ &#34;จริงเสียยิ่งกว่าจริง&#34; (ซึ่งเป็นคำเปรียบเทียบ เพราะจริงมันไม่น่าจะมี shade นะ&#8230;. เอ&#8230; หรือว่ามีหว่า??&#8230;.)
&#34;อยู่รอด&#34; นั้นเป็นเรื่องของปัญญาฐานกาย ก็ถ้าร่างกายเราไม่มี เรื่องราวต่างๆก็จบ (ลงชั่วคราว) เป็นปัญญาชั้นต้นๆ สัตว์เลื้อยคลานก็มีแล้ว จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า จะไปไหนมาไหน มีเสียงตุ้มดัง มันก็คิดสองอย่างแค่นั้น ว่าปลอดภัย รึว่าอันตราย ปลอดภัยไปต่อ ไม่แน่ใจก็นิ่งหรือหนีเท่านั้น การรับรู้พื้นฐานแวดล้อมอยู่กับอารมณ์ &#34;กลัว&#34; เป็นสำคัญ สรรพสิ่งทั้งหลายเมื่อเราพูดถึงการทำงาน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://newheartnewlife.net/wordpress/?feed=rss2&amp;p=520</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
